Image

วิธีนับไข่ตก (วางแผนมีลูก)

ทำไมต้องนับวันไข่ตก

ทำไมต้องนับวันไข่ตก ?

หลายคนเข้าใจว่านับวันที่ 1 – 15 ของเดือน นั่นแหละวันที่ไข่ตก จริงๆแล้วไม่ใช่เลย การนับไข่ตกที่ถูกต้องนั้นจะต้องรู้ก่อนว่าประจำเดือนมาวันไหน ถึงจะรู้ว่าไข่ตกวันไหน ดังนั้นสำหรับผู้หญิงแล้วการนับไข่ตก จะเป็นการหาวันที่ไขตกลงมาที่มดลูก เพื่อวางแผนการมีลูกนั่นเอง การนับวันไข่ตกนั้น เพื่อให้เราสามารถควบคุมโอกาสการมีลูกชาย ลูกสาว บางคนมีลูกแล้วต้องการกำหนดเพศลูกคนที่ 2 หรือบางคนต้องการกำหนดเพศของลูกคนแรก นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในขั้นตอนของการทำลูก

รอบเดือนมาปกติไหม

รอบเดือนมาปกติไหม

รอบเดือนของผู้หญิงจะอยู่ที่ 21 ถึง 35 วัน นับจากวันแรกที่เมนมา จะถึงเมมมาอีกรอบจะต้องอยู่ในระหว่าง 21-35 วันถือว่าอาการปกติ ไข่ตกตามธรรมชาติ ร่างการอยู่ในช่วงหรือสภาวะที่พร้อมจะสืบพันธุ์มีลูกนะครับ

ตัวอย่างการนับรอบเดือน เช่น

  • คนที่ 1 จะมีเมมมาทุกๆ 21 วัน แปลว่าคนนี้มีรอบเดือน 21 วัน
  • คนที่ 2 จะมีเมมมาทุกๆ 25 วัน แปลว่าคนนี้มีรอบเดือน 25 วัน
  • คนที่ 3 จะมีเมมมาทุกๆ 28 วัน แปลว่าคนนี้มีรอบเดือน 28 วัน
  • จำไว้ว่า คนเรารอบเดือนมาไม่ตรงทุกเดือน จะอยู่ที่ 21-35 วัน (ให้บันทึกรอบเดือนทุกเดือน จะทำให้เรารู้ว่า +- กี่วัน )

วิธีนับรอบเดือน

รอบเดือนของผู้หญิงจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่ในทางการแพทย์ได้ข้อสรุปแล้ว คือ รอบเดือนคนปกติ จะอยู่ที่ 21-35 วัน ดังนั้นหากเรานับแล้วร่างกายของเรามีรอบเดือนอยู่ที่ 21-35 วัน ถือว่าร่างกายของเราปกติเหมือนคนอื่นๆทั่วไป การนับรอบเดือนนั้นทำให้เรารู้ว่าไข่ของเราจะมาวันไหน สามารถนำไปคำนวณวันที่ไข่ตก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีลูกได้ และนำไปสู่การป้องกันการตั้งท้องโดยไม่พร้อมได้เช่นกัน

  • (เดือนที่แล้ว) วันแรกที่ประจำเดือนมา จนถึง (เดือนนี้) ก่อนวันที่ประจำเดือนมาอีกรอบ นั่นแหละเราเรียกว่า “รอบเดือน”
  • บางคนจะนับ วันแรกที่มา ถึง วันแรกที่มาอีกรอบ แต่จริงๆแล้ว การนับรอบเดือนจะนับ วันแรกที่มา ถึง วันสุดท้าย ก่อนที่จะมาอีกครั้ง เช่น
    • วันแรกที่ประจำเดือนมา คือ 1 มกราคม และมาอีกครั้งคือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ดังนั้น 1-31 = 31 วัน (รอบเดือน 31 วัน)
  • รอบเดือนคนปกติ ไม่ควรต่ำว่า 21 วัน และไม่ควรมากกว่า 35 วัน
  • ค่าเฉลี่ยนโดยทั่วไปรอบเดือนจะยาวนานประมาณ 28 – 30 วัน

วิธีนับไข่ตกที่ถูกต้อง

วิธีนับไข่ตกที่ถูกต้อง

แม่ๆ หลายคนที่ชอบบันทึกวันที่เมนมาหรือรอบเดือนมาวันแรก มักจะบันทึกไว้ในแอพปฎิทินมือถือ วันที่มาและหมดรอบเดือน ถ้าใครทำแบบนี้เป็นประจำก็จะสามารถคำนวณวันไข่ตกที่แน่นอนได้จากการบันทึกย้อนหลังที่ละเอียดๆ นะครับ

วิธีการนับไข่ตกที่ถูกต้อง คือ รอบเดือน -14 วัน = วันไข่ตก หมายความว่าไข่ของเราจะตกวันที่ 15 ของรอบเดือน
ดังนั้น ถ้ารอบเดือนเรามาวันแรก คือ 3 ตุลาคม ถึง วันแรกที่มาอีกรอบคือ 1 พฤศจิกายน ดังนั้นรอบเดือนของเรา คือ 3-31 ตุลาคม = 29 วัน
3 ตุลาคม (เมนมา)-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-15-16-17-18-19-20-21-22-23-24-25-26-27-28-29-30-31-1 พฤศจิกายน (เมนมา) – 2-3-4-5-6-7-8-9-10-11-12-13-14-115-16-17-18-19-20-21-22-23-24-25-26-27-28-29-30 – 1 ธันวาคม – 2-3-4-5-6-7-8-9-10

รอบเดือน 28 วัน

รอบเดือน 28 วัน

จากรูปภาพแสดงรอบเดือน 28 วัน ทำให้เราเห็นว่า ไข่จะตกวันไหน และมีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุดในช่วง 5 วันเท่านั้นก่อนที่ไข่จะสลายไป

รอบเดือน 30 วัน
  • รอบเดือน 28 วัน
  • วันที่ 14 ของรอบเดือน คือวันที่ไข่จะตก
  • วันที่ 11-15 คือ ช่วงโอกาสในการตั้งครรภ์สูงสุด

หน้า 7 หลัง 7 ปลอดภัย?

เราน่าจะเคยได้ยินว่าระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ุ คือ “หน้า 7 หลัง 7” รู้ไหมว่ามันคือการคาดการณ์โดยรวม ซึ่งใช้ไม่ได้กับทุกคน และเป็นการนับที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงโอการตั้งท้องได้สูง เพราะร่างกายผู้หญิงนั้นมีรอบเดือนที่มาไม่ตรงกันซักเดือนเลย ทีนี้มาดูว่าที่เขานับ “หน้า 7 หลัง 7” หมายถึงอะไร

  • หน้า 7 หมายถึง ก่อนที่จะถึงรอบเดือน หรือวันที่เมนจะมา 7 วันห้ามมีเพศสัมพันธุ์ เพราะเชื้ออสุจิจะอยู่ในร้างกายได้นาน 3-5 วัน การมีเพศสัมพันธุ์ก่อนเมนจะมา 7 วันเสื่องโอกาสตั้งท้องสูงมาก แต่กลับกันหากคนที่มีบุตรยาก นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญก่อนไข่ตกจะต้องรีบมีเพศสัมพันธ์
  • หลัง 7 หมายถึง หลังจากเมมมาวันแรกนับไป 7 วัน คือระยะปลอดภัยที่สามารถปล่อยใน (แตกใน) ได้ปลอดถัย เพราะไม่มีการปฏิสนธิของไข่ ทำให้ร่างกายผู้หญิง หดตัวของมดลูก (การบีบตัว) เพื่อลอกเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium) ออกมาพร้อมเลือดกลายเป็นเลือดประจำเดือน

หลัง 7 วัน (ปลอดภัยสุด)

อย่างที่กล่าวไว้ รอบเดือนคนปกติจะอยู่ที่ 21-35 ดังนั้นการนับ “หน้า 7 หลัง 7” คือ 21-14 = 7

  • 21 คือ รอบเดือนของผู้หญิงปกติต่ำสุดอยู่ที่ 21 วัน (ค่าเฉลี่ยนอยู่ที่ 28 วัน)
  • 14 คือ ระยะเวลาวันที่ไข่คงตัวอยู่ในมดลูกได้เพื่อรอการปฏิสนธิ ( Luteal Phase “ช่วงหลังไข่ตก” )
  • 7 คือ หลังจาก 7 วันเป็นต้นไปคาดว่าไข่น่าจะตกในรอบเดือนนั้นๆ และ ก่อน 7 วันวันที่จะมีประจำเดือนมาวันแรก
  • ดังนั้น หากมีประจำเดือนนับจากวันแรก จนหมดประจำเดือน ในระยะ 7 วันนี้คือช่วงปลอดภัยไม่ตั้งท้อง เช่น
    • มีประจำเดือนแค่ 3 วัน หลังจากนั้นไม่มีเลือดออกแล้ว แปลว่ามีเวลาอีก 4 วันปล่อยใน (แตกใน) ได้โดยไม่เสี่ยงตั้งท้อง
    • มีประจำเดือนแค่ 4 วัน หลังจากนั้นไม่มีเลือดออกแล้ว แปลว่ามีเวลาอีก 3 วันปล่อยใน (แตกใน) ได้โดยไม่เสี่ยงตั้งท้อง
    • มีประจำเดือนแค่ 5 วัน หลังจากนั้นไม่มีเลือดออกแล้ว แปลว่ามีเวลาอีก 2 วันปล่อยใน (แตกใน) ได้โดยไม่เสี่ยงตั้งท้อง
    • มีประจำเดือนแค่ 6 วัน หลังจากนั้นไม่มีเลือดออกแล้ว แปลว่ามีเวลาอีก 1 วันปล่อยใน (แตกใน) ได้โดยไม่เสี่ยงตั้งท้อง
    • มีประจำเดือนแค่ 7 วัน หลังจากนั้นไม่มีเลือดออกแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว

ก่อน 7 วัน (⚠️ปลอดภัย)

ก่อน 7 วัน – วันที่คาดว่าประจำเดือนจะมาวันแรก หลายคนคิดว่ามีอะไรกันในช่วงนี้จะปลอดภัย เพราะเป็นช่วงที่เราคาดว่าไข่จะเริ่มฝ่อ มดลูกจะเริ่มบีบตัว เพื่อมีประจำเดือน แต่อย่าลืมว่าผู้หญิงนั้นมีประจำเดือนคาดเคลื่อนตลอดทุกเดือน การนับหน้า 7 (7 วันก่อนมีประจำเดือนวันแรก) จึงไม่ปลอดภัย มีโอกาสตั้งท้องสูงมาก แต่ลัง 7 คือช่วงที่ปลอดภัยที่สุดที่มีโอกาสตั้งท้องต่ำมาก

  • มีโอกาสตั้งท้องสูง เนื่องจากผู้หญิงมีรอบประจำเดือนคาดเคลื่อนตลอดทุกเดือน การนับหน้า 7 วันก่อนมีประจำเดือนจึงไม่ปลอดภัย
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ: การนับจะคลาดเคลื่อนและโอกาสท้องจะสูงมาก
  • ความเข้าใจผิดเรื่อง “หลัง 7”: หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อนแล้วค่อยนับ 7 วัน ซึ่งผิดอย่างร้ายแรง การนับ 7 หมายถึง 7 วันนับตั้งแต่ประจำเดือนมาวันแรกจนครบ 7 วัน

ตัวอย่าง วิธีการนับหน้า 7 หลัง 7

หากประจำเดือนมาวันแรกคือวันที่ 10 ของเดือน

  • ช่วงหน้า 7 (ปลอดภัย): คือวันที่ 3 ถึง 9 (นับถอยหลัง 7 วันก่อนประจำเดือนมา)
  • ช่วงวันแดงเดือด (ปลอดภัย): คือวันที่ 10 ถึง 16 (นับรวมช่วงประจำเดือนมา 7 วันแรก)
  • ช่วงหลัง 7 (ปลอดภัย): คือวันที่ 10 ถึง 16 (นับรวมวันแรกที่มีประจำเดือนไปอีก 7 วัน)
  • ช่วงหลัง 7 (ไม่ปลอดภัย): คือ วันที่ 17 (วันที่ไข่ตก โดยเฉลี่ยน 3 วัน อาจจะเป็นวันที่ 17-19 )
อสุจิ Sperm มีชีวิตกี่วัน

อสุจิ (Sperm) มีชีวิตกี่วัน ?

เคยสงสัยไหมว่า อสุจิ (Sperm) มีชีวิต มีชีวิตอยู่ได้กี่วันในสภาพแวดล้อม 2 แบบ คือ เมื่อออกมาจากร่างกาย และ เมื่อเข้าไปในมดลูกเพื่อปฏิสนธิกับไข่

  • อยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้นานเฉลี่ย 2–3 วัน (48 – 72 ชั่วโมง)
  • กรณีที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมมากๆ เช่น มูกปากมดลูกอยู่ในช่วงตกไข่ อสุจิบางตัวอาจอยู่รอดได้ถึง 4–5 วัน
  • บนพื้นผิวทั่วไปหรืออากาศเปิดโล่ง จะตายภายใน 3-30 นาที (ขึ้นอยู่กับความชื้น)
  • ในน้ำ (เช่น อ่างอาบน้ำหรือสระว่ายน้ำ): อสุจิจะตายทันทีเนื่องจากสภาพแวดล้อมและสารเคมี
  • อสุจิส่วนใหญ่สูญเสียความสามารถในการเจาะไข่หลังผ่านไป 72 ชั่วโมง (3 วัน) เนื่องจากการใช้พลังงานจนหมด, การเสื่อมสลายของสารพันธุกรรม (DNA fragmentation), และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อความอยู่รอด

หลังไข่ตก อยู่ได้กี่วัน

ไข่ที่ตกออกมาจากรังไข่จะมีอายุอยู่ได้เพียง 12 – 24 ชั่วโมง (หรือประมาณ 1 วัน) เท่านั้น หากไม่มีการปฏิสนธิกับอสุจิภายในระยะเวลาดังกล่าว ไข่จะฝ่อและสลายไปเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าถ้าเรามีเพศสัมพันธ์กันก่อนตกไข่ 1–2 วัน จะทำให้มีโอกาสที่อสุจิจะรอและปฏิสนธิกับไข่ได้สูงสุด จึงเป็นที่มาของช่วงวัยเจริญพันธุ์ (fertile window) เรามักจะนับรวมวันก่อนตกไข่ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง

  • หลังไข่ตกจะมีอายุอยู่ได้เพียง 12 – 24 ชั่วโมง เท่านั้น ก่อนที่จะสลายหายไป
  • เราจึงมีโอกาสแค่ 24 ชม. เท่านั้นที่จะปฏิสนธิกับไข่ นั่นจึงทำให้มนุษย์มีบุตรยาก เมื่อมีปัจจุยอื่นๆแทรกซ้อนเข้ามาร่วมด้วย
oocyte

อายุมากขึ้น ไข่จะลดลง?

  • ก่อนคลอด (ในครรภ์มารดา)
    วันที่ทารกเพศหญิงอยู่ในครรภ์ประมาณ 5 เดือน จะมีเซลล์ต้นกำเนิดไข่ (oogonia) จำนวนสูงสุดราว 6–7 ล้านฟอง ซึ่งส่วนใหญ่จะพัฒนาเป็นรูขุมขนขั้นต้น (primordial follicles)
  • แรกคลอด
    ระหว่างช่วงที่เหลือของการตั้งครรภ์และเวลาใกล้คลอด ส่วนใหญ่ของไข่จะถูกทำลาย (atresia) ทำให้จำนวนลดลงเหลือประมาณ 1–2 ล้านฟองเมื่อแรกเกิด
  • วัยเด็กจนถึงวัยเจริญพันธุ์ (วัยรุ่น)
    จำนวนจะลดลงต่อไปเป็นหลายแสนฟอง (ประมาณ 300,000–500,000 ฟองเมื่อตอนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) — ตัวเลขนี้ขึ้นกับแหล่งข้อมูลแต่โดยรวมจะอยู่ในช่วงราวนั้น
  • ตลอดชีวิตส่วนที่เป็นวัยเจริญพันธุ์
    ในแต่ละรอบประจำเดือน มีรูขุมขนจำนวนมากเริ่มเติบโต แต่ส่วนใหญ่จะฝ่อ มีเพียงประมาณ 300–500 ฟองเท่านั้นที่มีการตกไข่จริง ๆ (ovulate) ตลอดชีวิตการมีประจำเดือนของผู้หญิงโดยเฉลี่ย
  • การลดลงต่อเนื่องและวัยทอง (menopause)
    จำนวนและคุณภาพของไข่ทั้งสองอย่างลดลงเรื่อย ๆ ตลอดวัยเจริญพันธุ์จนสุดท้ายเมื่อไข่ที่เหลือน้อยลงอย่างมากและการตอบสนองของรังไข่ต่อฮอร์โมนลดลง จะเกิดภาวะหมดประจำเดือนไม่มีการตกไข่อีกต่อไป (menopause) โดยมักเกิดราวอายุ 45–55 ปี ขึ้นกับแต่ละคน
ovarian cycle

วงจรการทำงานของรังไข่ (ovarian cycle)

ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นไข่ได้นั้น มีวงจรการทำงานของรังไข่ หรือ ovarian cycle ซึ่งมากับเราตั้งแต่เป็นตัวอ่อน (fetus) ขณะอยู่ในครรภ์มารดา โดยผู้หญิงจะมีเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงหรือเซลล์ไข่ (oocyte) จำนวนสูงสุดอยู่ที่ 6-7 ล้านฟองเมื่ออายุครรภ์ 20 สัปดาห์ (5 เดือน)

Facebook Comments Box