รีวิวซีรีส์ คู่สรรสวรรค์สร้าง
ซีรีส์ “คู่สรรสวรรค์สร้าง (Fate Chooses You)” เป็นซีรีส์พีเรียดแฟนตาซี-โรแมนติก นำแสดงโดย เหรินเจียหลุน และ หวังเฮ่อรุ่น และออกอากาศทาง iQIYI Thailand โดยซีรีส์เริ่มออนแอร์เมื่อวันที่ 25 เมษายน มีทั้งหมด 40 ตอน + พากย์ไทย
- ชื่อไทย: คู่สรรสวรรค์สร้าง
- ชื่ออังกฤษ: Fate Chooses You | 佳偶天成
- นักแสดงนำ: เหรินเจียหลุน และ หวังเฮ่อรุ่น
- ช่องออกอากาศ: iQIYI (รวมถึงช่อง iQIYI Thailand ที่ปล่อยไฮไลท์/คลิปพากย์ไทย)
- เริ่มออนแอร์: 25 เมษายน
- จำนวนตอน : 40 EP

เรื่องย่อ คู่สรรสวรรค์สร้าง
มหากาพย์ความรักและคำสาปสามพิภพ จุดเริ่มต้นและปมปัญหา (The Curse of War Ghost): เรื่องราวเริ่มต้นจากตำนานของ “เผ่าภูตสงคราม” (War Ghost Clan) เผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังแต่ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ด้วยคำสาป “ห้าประการ” (Five Deficiencies) คือ ไม่รู้รส ไม่รู้กลิ่น ไม่รู้ร้อนหนาว ไม่รับรู้ความเจ็บปวด และไร้ความรู้สึก เพื่อที่จะหลุดพ้นจากคำสาปและกลับมาเกิดเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์เพื่อกอบกู้เผ่าพันธุ์ ลู่เชียนเฉียว (รับบทโดย เหรินเจียหลุน) ทายาทแห่งภูตสงครามจึงต้องผ่านบททดสอบความตาย 5 ด่าน คือการ “เปลี่ยนหนัง เปลี่ยนเนื้อ เปลี่ยนกระดูก เปลี่ยนเลือด และเปลี่ยนหัวใจ”
การพบกันท่ามกลางโชคชะตา (The Fated Marriage): ในการทดสอบด่านแรก ลู่เชียนเฉียวได้สวมรอยเป็น “ลู่หวย” ขุนนางหนุ่มที่กำลังจะถูกโทษประหารแล่เนื้อเถือหนัง (เพื่อผ่านด่านเปลี่ยนหนังและเนื้อ) ในขณะเดียวกัน ซินเหมย (รับบทโดย หวังเฮ่อรุ่น) เซียนสาวผู้บำเพ็ญเพียรที่มีดวงชะตาอาภัพ “คร่าชีวิตสามี” (ใครแต่งงานด้วยต้องมีอันเป็นไป) เธอจึงตัดสินใจหาชายหนุ่มที่ใกล้ตายมาแต่งงานด้วยเพื่อแก้เคล็ดคำทำนาย และชายคนนั้นก็คือลู่หวยที่กำลังจะถูกประหาร
ความขัดแย้งและการหักหลัง (Conflict and Betrayal): การแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และคำลวงนำไปสู่ความวุ่นวาย เมื่อลู่เชียนเฉียวแกล้งตายเพื่อหลบหนีไปรับบททดสอบด่านต่อไป แต่ซินเหมยภรรยาที่ดูอ่อนแอคนนี้กลับถือดาบบุกเมืองหลวงเพียงลำพังเพื่อล้างมลทินให้เขา ความมุ่งมั่นของเธอทำให้ลู่เชียนเฉียวต้องปรากฏตัวออกมาช่วยจนความลับเรื่องตัวตนถูกเปิดเผย ซินเหมยที่โกรธแค้นจากการถูกหลอกจึงหันคมดาบเข้าหาเขา ทำให้เขาต้องตัดสินใจลบความจำของเธอและหนีไป แต่โชคชะตาก็ยังดึงดูดให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งใน “หุบเขาฉงหลิง”
แก่นเรื่องและปริศนาชวนติดตาม (The Core and Mystery): แก่นสำคัญของเรื่องคือการตั้งคำถามว่า “ความรักจะสามารถเอาชนะลิขิตที่สวรรค์ขีดไว้ได้หรือไม่?” ท่ามกลางการแย่งชิง “ยาเซียน” และความขัดแย้งของสำนักเซียนต่างๆ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับ “คำสาปเชื่อมใจ” ที่ทำให้ต้องร่วมรับความเจ็บปวดและอารมณ์ร่วมกัน นำไปสู่การไขปริศนาว่า:
- ตัวตนที่แท้จริงของซินเหมย: ทำไมเซียนสาวธรรมดาถึงมีดวงจิตที่สามารถรองรับพลังภูตสงครามได้?
- บททดสอบสุดท้าย: การ “เปลี่ยนหัวใจ” ซึ่งเป็นด่านที่ยากที่สุด ลู่เชียนเฉียวจะยอมควักหัวใจตัวเองเพื่อกลับเป็นมนุษย์ หรือจะสละชีวิตเพื่อรักษาความรักที่มีต่อซินเหมย?
- เบื้องหลังสงครามสามพิภพ: ใครคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเผ่าภูตสงครามเมื่อพันปีก่อน?
ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานฉากแอ็กชันกำลังภายในที่ดุดันเข้ากับความโรแมนติกที่ซึ้งกินใจ พร้อมงานภาพ CG ที่เนรมิตโลกของภูตและเซียนออกมาได้อย่างวิจิตรบรรจง เป็นการเดินทางข้ามผ่านความตายเพื่อพิสูจน์ศรัทธาและความรักที่ยิ่งใหญ่เหนือโชคชะตาครับ

เซียน – มนุษย์สู่เซียน
1. ลำดับขั้นการบำเพ็ญ (จากมนุษย์สู่เซียน)
การเดินทางของนักพรตหรือผู้บำเพ็ญเพียรมักจะเริ่มจากร่างกายธรรมดาไปสู่กายทิพย์ โดยมีขั้นตอนพื้นฐานดังนี้:
- ขั้นรวบรวมปราณ (Qi Condensation): เริ่มสัมผัสและกักเก็บพลังปราณจากธรรมชาติไว้ในจุดตันเถียน
- ขั้นสร้างรากฐาน (Foundation Establishment): ชำระล้างไขกระดูกและเส้นเอ็น เตรียมร่างกายให้รองรับพลังที่มากขึ้น
- ขั้นรวมแกนทอง (Golden Core / Jin Dan): ควบแน่นพลังปราณให้กลายเป็นเม็ดพลังงานถาวรในร่างกาย (ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นยอดฝีมือ)
- ขั้นก่อเกิดวิญญาณ (Nascent Soul / Yuan Ying): สร้างร่างจำลองทางจิตวิญญาณภายในกาย หากกายเนื้อตาย วิญญาณนี้ยังสามารถหลบหนีเพื่อหาทางเกิดใหม่ได้
- ขั้นผ่านด่านเคราะห์ (Tribulation): การเผชิญหน้ากับสายฟ้าสวรรค์ เพื่อพิสูจน์ว่าคู่ควรจะเป็นเซียนหรือไม่
1.2 มนุษย์เป็นเซียนได้อย่างไร?
ในเรื่องนี้ (และตามขนบเทพเซียนทั่วไป) มนุษย์จะกลายเป็นเซียนได้ผ่าน 3 วิธีหลัก:
- การบำเพ็ญเพียร (Cultivation): เป็นวิธีที่ยากที่สุด คือการฝึกจิต ฝึกกาย และสะสมพลังปราณเป็นเวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี จนกระทั่ง “บรรลุ” และผ่านด่านสายฟ้าสวรรค์
- วาสนาและโอสถทิพย์: การได้รับของวิเศษ เช่น หญ้าเซียน ผลไม้ทิพย์ หรือยากลั่นระดับสูงที่ช่วยลัดขั้นตอนการบำเพ็ญ
- การแต่งตั้ง/อวยพร: ในบางกรณี มนุษย์ที่ทำคุณงามความดีอย่างมหาศาลอาจได้รับการ “จุดแนะ” จากเทพชั้นสูง หรือได้รับโองการสวรรค์ให้ขึ้นไปรับตำแหน่งบนสวรรค์โดยตรง
เกร็ดน่าสนใจ: หัวใจสำคัญของเรื่อง คู่สรรสวรรค์สร้าง คือ “ด่านเคราะห์รัก” (Love Tribulation) ซึ่งมักจะเป็นด่านที่ยากที่สุดสำหรับเทพเซียน เพราะการจะบรรลุขั้นที่สูงขึ้น บางครั้งต้องลงมาจุติเป็นมนุษย์เพื่อสัมผัสความทุกข์ 7 ประการก่อนถึงจะเลื่อนระดับได้ครับ ตามหลักความเชื่อทางพุทธศาสนาและคติความเชื่อที่มักปรากฏในนิทานเทพเซียน (Xianxia) ความทุกข์ 7 ประการ หรือที่เรียกว่า “มนุษย์เจ็ดทุกข์” คือสภาวะที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญตราบเท่าที่ยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ซึ่งประกอบไปด้วย:
- ทุกข์จากการเกิด (生 – Shēng)
การเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ เพราะต้องเริ่มดิ้นรนตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงนาทีที่ลืมตาดูโลก - ทุกข์จากการแก่ (老 – Lǎo)
ความเสื่อมถอยของร่างกาย พละกำลังที่ลดลง และอวัยวะที่ไม่อำนวยเหมือนเก่า - ทุกข์จากการเจ็บ (病 – Bìng)
ความเจ็บไข้ได้ป่วยที่กัดกินทั้งกายและใจ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกหนีได้พ้น - ทุกข์จากการตาย (死 – Sǐ)
ความหวาดกลัวต่อการสูญเสียตัวตน และการพลัดพรากจากทุกสิ่งที่รู้จักไปตลอดกาล - ทุกข์จากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก (爱别离 – Ài Bié Lí)
การต้องจากลาคนรัก ครอบครัว หรือของรัก ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย - ทุกข์จากการต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่รัก (怨憎会 – Yuàn Zēng Huì)
การต้องเผชิญหน้าหรือใช้ชีวิตอยู่กับศัตรู คนที่ไม่ชอบ หรือสถานการณ์ที่บีบคั้นจิตใจ - ทุกข์จากการปรารถนาแล้วไม่ได้ครอบครอง (求不得 – Qiú Bù Dé)
ความพยายามที่จะไขว่คว้าอำนาจ ชื่อเสียง หรือความรัก แต่กลับล้มเหลวหรือไม่สมหวัง
เหล่าเทพหรือผู้บำเพ็ญเพียรมักจะกลัว “ด่านเคราะห์มนุษย์” มากที่สุด เพราะการลงมาจุติเพื่อชดใช้กรรมหรือฝึกจิต มักจะต้องเผชิญกับทุกข์ทั้ง 7 นี้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ “ด่านเคราะห์รัก” (ซึ่งรวมความทุกข์ข้อ 5, 6 และ 7 เข้าด้วยกัน) หากผ่านไม่ได้ จิตเดิมแท้ก็จะแตกสลายหรือตกลงสู่ทางมารได้ง่ายๆ ครับ
2. ลำดับขั้น “เซียน” (Immortals)
เมื่อก้าวข้ามความเป็นมนุษย์แล้ว ในโลกของ คู่สรรสวรรค์สร้าง จะมีการแบ่งระดับความยิ่งใหญ่ของเทพเซียนตามบารมีและพลังตบะ (ซึ่งบางครั้งอาจเรียกต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์บนสวรรค์) ดังนี้:
| ระดับเซียน | รายละเอียด |
| เซียนฝึกหัด / เซียนชั้นผู้น้อย | เพิ่งผ่านด่านเคราะห์ขึ้นมา ทำหน้าที่ทั่วไปในแดนสวรรค์ |
| เทพเซียน (Immortal) | มีอายุขัยยืนยาว มีอิทธิฤทธิ์เฉพาะตัว |
| เทพชั้นสูง (High Immortal) | ผู้ที่มีตบะแก่กล้า มักเป็นเจ้าของตำหนักหรือปกครองดินแดน |
| มหาเทพ / เทพบรรพกาล (High God) | ระดับสูงสุด มักเป็นผู้สร้างหรือผู้ปกครองสูงสุดที่มีพลังระดับทำลายฟ้าดินได้ |

ช่วงต้น: ก่อร่างสร้างปราณ (The Foundation)
- หลอมปราณ (Qi Refining): ขั้นเริ่มต้นแห่งการสัมผัสไอทิพย์ ดึงพลังปราณจากธรรมชาติเข้าสู่จุดตันเถียนเพื่อชำระล้างกายหยาบ
- สร้างรากฐาน (Foundation Establishment): ควบแน่นปราณทิพย์ให้มั่นคง เปรียบเสมือนการตอกเสาเข็มเพื่อรองรับตบะที่สูงขึ้นในอนาคต
- รวมแก่นปราณ (Golden Core): หลอมรวมพลังปราณทั้งหมดให้กลายเป็น “เม็ดแก่นทองคำ” ส่องประกายภายในร่าง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง

ช่วงกลาง: พัฒนาจิตวิญญาณ (Spiritual Evolution)
- ปราณก่อกำเนิด (Nascent Soul): ก่อกำเนิด “วิญญาณทารก” ภายในกายเนื้อ อายุขัยเพิ่มพูนนับพันปี แม้กายหยาบดับสลาย แต่วิญญาณยังคงอยู่
- หลอมสูญตา (Soul Void): การขัดเกลาจิตวิญญาณให้เข้าสู่สภาวะสงบนิ่ง บริสุทธิ์ และว่างเปล่า เพื่อเตรียมรับพลังระดับจักรวาล
- ถอดจิต (Spirit Severance): จิตสำนึกกล้าแข็งจนสามารถแยกออกจากร่าง ท่องทะยานไปในใต้หล้าและแผ่ขยายอาณาเขตมนตราได้ตามใจนึก

ช่วงสูง: ก้าวสู่มหาอำนาจ (The Overlord)
- รวมกายา (Body Integration): การหลอมรวมร่างกาย จิตวิญญาณ และพลังธาตุธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว พลังอำนาจเริ่มส่งผลต่อกฎเกณฑ์แห่งโลก
- มหายาน (Great Perfection): ขั้นสูงสุดแห่งโลกมนุษย์ เป็นผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า มีพลังอำนาจเกือบเทียบเท่าเทพเซียน

ช่วงปลาย: จุติเป็นเซียน (Ascension)
- ข้ามวิบัติ (Tribulation): การเผชิญหน้ากับ “ทัณฑ์สายฟ้าสวรรค์” เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของกายและจิต เป็นด่านตัดสินความเป็นตาย
>> ไปดูเรื่องนี้ครับ เปิดเรื่องมาพระเอกกำลังโดน “ทัณฑ์สายฟ้า” >> ” ฝืนชะตาท้าเป็นเซียน Be Yourself “ - ตัดวิญญาณ (Immortal Ascension): ตัดขาดจากกิเลส สังขาร และพันธนาการทางโลกทั้งปวง เพื่อจุติเป็น “เซียน” โดยสมบูรณ์ ก้าวเข้าสู่ทำเนียบเทพสวรรค์
ปล. ถ้าอยากรู้เรื่องเซียต้องไปดูเรื่อง >> คัมภีร์วิถีเซียน A Record of a Mortal’s Journey to Immortality ที่พระเอกชื่อ “หานลี่” จากมนุษย์ธรรมดาที่ชุบตัวด้วยยาสมุนไพร จนไต่ระดับขึ้นเป็นเซียนเรื่อยๆ เป็นการตูนร์มาก่อนหลังจากนั้นสร้างเป็น Aminetion แล้วสร้างเป็นซีรี่ย์จีนจบที่ซีซั่น 1 แต่การ์ตูนอะนิเมะชั่นยังออกอากาศเรื่อยๆปัจจุบัน ไว้ผมจะมาเขียนเป็นอีกบทความนะครับ

รายชื่อนักแสดงนำและบทบาทตัวละคร
1. เหรินเจียหลุน (Ren Jialun) รับบท ลู่เชียนเฉียว / ลู่หวย
- บทบาท: ทายาทคนสุดท้ายของ “เผ่าภูตสงคราม” ผู้แบกรับภาระในการแก้คำสาปของเผ่าพันธุ์ที่ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์
- บุคลิก: เป็นชายหนุ่มที่ดูเย็นชา เคร่งขรึม และไร้ความรู้สึก (เนื่องจากคำสาปทำให้ไม่รับรู้รูป รส กลิ่น เสียง และความเจ็บปวด) เขาฉลาดหลักแหลม มีวรยุทธ์สูงส่งและพลังเร้นลับของภูตสงคราม เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผ่านด่านทดสอบความตาย 5 ประการ แม้ต้องแลกด้วยการเป็นคนลวงโลก แต่ภายใต้หน้ากากที่เมินเฉย เขากลับซ่อนความโดดเดี่ยวและความปรารถนาที่จะเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจรักไว้
++

2. หวังเฮ่อรุ่น (Wang Herun) รับบท ซินเหมย
- บทบาท: เซียนสาวผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักเซียนที่มีดวงชะตาอาภัพ “คร่าชีวิตสามี” จนกลายเป็นที่เลื่องลือ
- บุคลิก: เป็นหญิงสาวที่สดใส ร่าเริง ฉลาดทันคน และเด็ดเดี่ยวเกินตัว เธอสู้คนและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้จะถูกหลอกให้แต่งงานกับลู่เชียนเฉียวในตอนแรก แต่เธอกลับมีความจงรักภักดีอย่างยิ่งยวด เมื่อเธอรักใครแล้วจะปกป้องคนคนนั้นด้วยชีวิต แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟหรือเผชิญหน้ากับสภาสวรรค์เธอก็ไม่หวั่น

3. จางข่ายอิง (Zhang Kaiying) รับบท อาเซิ่ง / เซียนหญิงหลิงซี
อาเซิ่งเปรียบเสมือนแขนซ้ายแขนขวาของซินเหมย เธอเป็นคนที่รู้ใจนางเอกที่สุด คอยช่วยเหลือซินเหมยตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเซียนฝึกหัดจนถึงตอนที่ถูกไล่ล่า ความสัมพันธ์นี้โดดเด่นตรงที่ ความจงรักภักดี อาเซิ่งมักจะออกหน้าปกป้องซินเหมยก่อนใครเสมอ ไม่ว่าศัตรูจะเป็นนักล่าค่าหัวหรือเทพจากสวรรค์ก็ตาม
- บทบาท: ตัวละครสำคัญที่กุมความลับของหุบเขาฉงหลิงและมีความผูกพันกับตัวเอก
- บุคลิก: มีความสง่างามแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ เป็นคนที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรและค่ายกลวิเศษ มักจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีเป้าหมายบางอย่างที่ซ่อนไว้

4. ไป๋ซวี่หง (Bai Xuhong) รับบท เย่เฉิน
“ศิษย์พี่ใหญ่ผู้แสนดีแต่จำต้องเหินห่าง” เย่เฉินเป็นศิษย์พี่ใหญ่ในสำนักเซียนที่ซินเหมยสังกัดอยู่ เขาคอยดูแลและปกป้องเธอมาตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความหวังดี แต่ปัญหาคือเย่เฉินยึดถือใน “วิถีแห่งธรรม” อย่างที่สุด เมื่อซินเหมยไปพัวพันกับภูตสงครามที่สวรรค์ตราหน้าว่าเป็นตัวอันตราย เย่เฉินจึงต้องตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการปกป้องหญิงที่รักกับการทำหน้าที่ศิษย์เอกของสำนัก
- บทบาท: ศิษย์พี่ใหญ่จากสำนักเซียนที่มีความขัดแย้งกับลู่เชียนเฉียว
- บุคลิก: ซื่อตรง ยึดมั่นในกฎเกณฑ์และหน้าที่ของฝ่ายธรรมะอย่างเคร่งครัด เขามองว่าเผ่าภูตสงครามคือตัวอันตรายที่ต้องกำจัด จึงกลายเป็นคู่ปรับคนสำคัญของพระเอก แต่ในใจลึกๆ เขาก็มีความเป็นสุภาพบุรุษและห่วงใยซินเหมยอย่างจริงใจ

5. หวังอี๋หลุน” (Riley Wang Yilun) รับบทเป็น “จินหลุน” | 王以綸
จินหลุน กับ ลู่เชียนเฉียว (พระเอก): “ผู้คุมกฎ กับ ผู้ฝืนลิขิต” จินหลุนมองว่าลู่เชียนเฉียว(พระเอก) คือตัวอันตรายที่จะทำให้สมดุลของสามพิภพพังทลาย ในฐานะ “เซนต์” เขาจึงมีหน้าที่คอยจับตาและขัดขวางไม่ให้ลู่เชียนเฉียวทำตามใจตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนเดียวที่เข้าใจถึงความโดดเดี่ยวของพลัง “ภูตสงคราม” ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยการลองใจและการปะทะทางอุดมการณ์ว่า “ลิขิตสวรรค์” หรือ “ใจตน” ใครจะชนะ จินหลุนคือ “กำแพงที่สูงที่สุด” ที่พระเอกและนางเอกต้องข้ามไปให้ได้ ความสัมพันธ์ของเขาไม่ได้เน้นความรักแบบหนุ่มสาว แต่เน้นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ “พันธสัญญา” และ “ชะตากรรมของโลก” เขาเป็นตัวละครที่ทำให้ผู้ชมต้องลุ้นว่า ท้ายที่สุดแล้วเขาจะยอมลงมาช่วย “คู่สรรสวรรค์สร้าง” หรือจะเป็นคนลงมือ “กำจัด” พวกเขาด้วยมือของตัวเองครับ
- บทบาท: “จินหลุน” ผู้ดำรงตำแหน่ง “นักบุญ” หรือ “เซนต์” (Saint) แห่งดินแดนอมตะ เขามีเชื้อสายราชวงศ์ที่สูงศักดิ์
- บุคลิก: เขาคือผู้ที่เลือกเดินบนเส้นทาง “วิถีไร้ใจ” (无情道) ทำให้เขาเป็นคนที่มีความสุขุม ลุ่มลึก และรักษาระยะห่างจากสรรพสิ่งบนโลก เขาเชื่อในเรื่อง “พรหมลิขิต” (Fate) และ “สัจธรรมของสวรรค์” (Path of Heaven) ว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว การแทรกแซงด้วยอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวนั้นไร้ความหมาย จึงทำให้เขาดูเหมือนคนเย็นชาและไม่ยินดียินร้ายในตอนแรก ความท้าทายหลักของตัวละครนี้คือการต้องต่อสู้ระหว่าง “ศรัทธา” และ “ความรู้สึก” ที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ
5. หลี่คัง (Li Kang) รับบท หลี่จ้านอิง
หลี่คัง กับ อาเซิ่ง: เป็นพ่อที่รักลูกสาวมากแต่แสดงออกผ่านความเข้มงวดและการบังคับให้ทำตามหน้าที่ จนเกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์
- บทบาท: เจ้าหุบเขาฉงหลิง และเป็นพ่อผู้เข้มงวดของ อาเซิ่ง เขาคือผู้กุมความลับเรื่อง “ยาเซียน” และเป็นบุคคลเพียงไม่กี่คนในโลกมนุษย์ที่ล่วงรู้ความจริงเกี่ยวกับอดีตอันรุ่งโรจน์และล่มสลายของเผ่าภูตสงคราม
- บุคลิก: เป็นคนที่มีความสุขุมลุ่มลึก เยือกเย็น และคาดเดาความคิดได้ยาก แววตาแฝงไปด้วยความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง เขายึดถือความปลอดภัยของหุบเขาและพวกพ้องเป็นอันดับหนึ่งเหนืออารมณ์ส่วนตัว มีความเด็ดขาดในฐานะผู้นำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นปราชญ์ที่รอบรู้เรื่องค่ายกลและโอสถชั้นสูง

6. หวงอี้ Huang Yi รับบท จั่วอิงอิง
- บทบาท: หญิงสาวผู้สดใสที่เป็นหนึ่งใน สมาชิกคนสำคัญของก๊วนเดินทาง เธอคือ “กาวใจ” และสีสันของกลุ่มที่คอยสร้างรอยยิ้มท่ามกลางมรสุมการไล่ล่าของสามพิภพ จั่วอิงอิงไม่ใช่แค่เซียนสาวธรรมดา แต่เธอมีความสามารถเฉพาะตัวที่ช่วยเติมเต็มภารกิจของลู่เชียนเฉียวและซินเหมยให้ลุล่วงไปได้
- บุคลิก: มีความอ่อนหวาน นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความฉลาดและไหวพริบ เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีจิตใจเมตตา และให้ความสำคัญกับมิตรภาพเหนือสิ่งอื่นใด แม้ในยามวิกฤตเธอก็ยังรักษาสติและคอยห่วงใยความรู้สึกของคนรอบข้างเสมอ
7. ฟู่เหว่ยหลุน (Fu Weilun) รับบท เหมยซานจวิน | 付伟伦
- บทบาท: “นักล่าค่าหัว” มือฉกาจแห่งยุทธภพ ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในการตามล่าเป้าหมายที่ยากจะเข้าถึง เขาถูกว่าจ้าง (หรืออาจมีเป้าหมายส่วนตัว) ให้ตามล่าตัว ลู่เชียนเฉียว และ ซินเหมย ท่ามกลางความวุ่นวายของสามพิภพ ตัวละครนี้คือ “ตัวแปร” สำคัญที่ทำให้กลุ่มตัวเอกต้องหนีและเผชิญหน้ากับอันตรายตลอดเวลา
- บุคลิก: เป็นชายหนุ่มที่มาพร้อมความ “เท่ ดุดัน และเด็ดขาด” เขามีบุคลิกของนักรบรับจ้างที่ดูเหมือนเห็นแก่เงินรางวัลและไร้หัวใจ แต่แฝงไปด้วยไหวพริบและการช่างสังเกต วรยุทธ์ของเขาเน้นความรวดเร็วและเฉียบคม (ดังจะเห็นจากลุคที่ดูสมบุกสมบันในพื้นที่กึ่งทะเลทราย) เขาเป็นคนที่ยึดถือใน “กฎของนักล่า” แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
8. ซุนเจ๋อหยวน Sun Ze Yuan รับบท หลินมู่หาน | 孙泽源
เขาเป็นตัวละครที่อยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้ง ทำให้กลุ่มเพื่อนของซินเหมยต้องคอยชั่งใจว่าเขาคือ “มิตรที่แท้จริง” หรือ “ผู้ชักใยลับ ๆ” กันแน่
- บทบาท: ชายหนุ่มผู้มีความลึกลับและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ เขามักปรากฏตัวในฐานะผู้รอบรู้ที่คอยสังเกตการณ์ความเป็นไปในยุทธภพและสามพิภพ หลินมู่หานเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลบางอย่างที่กลุ่มตัวเอกกำลังตามหา โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตำนานโบราณและวิธีแก้คำสาปที่ซับซ้อน
- บุคลิก: มีบุคลิกที่ดูนุ่มนวล สุขุม และสง่างาม (Gentle & Sophisticated) เขามักจะรักษาท่าทีที่ดูเหมือนไม่ยินดียินร้ายต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเฉลียวฉลาดที่มองการณ์ไกล เป็นคนที่มีวาทศิลป์ดีเยี่ยมและสามารถโน้มน้าวใจผู้อื่นได้เก่ง ทำให้ตัวตนของเขาดูน่าเชื่อถือและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน


