Image

ทำหมันชาย – ไขทุกข้อสงสัย?

ทำหมันชายเป็นยังไง?

หลายคนน่าจะคิดว่าการทำหมันนั้นเป็นหน้าที่ของผู้หญิง ที่ต้องทำ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการตัดรังไขทิ้งแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกินยาคุม หรือเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะตั้งท้องอีกในวันที่ร่างกายไม่พร้อม เพราะหากท้องในสภาพที่ร่างกายไม่พร้อมก็อาจจะมีน้องที่ไม่สมบูรณ์แล้วต้องตัดสินชีวิตที่เพิ่งมาเกิด คงเป็นเรื่องน่าเศร้ามากๆ หรือบางคนอาจต้องการทำหมัน เพื่อที่เรื่องบนเตียงจะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะการใช้ถุงยางอนามัยนั้นมันขัดและอึดอัด อีกทั้งฟิวลิ่งอารมณ์ยังรู้ต่างกันมากๆ

ทำหมันต้องตัดไข่ทิ้ง ?

แต่รู้ไหมว่าจากผู้หญิงที่ส่วนมาก ต้องเสียสละทำหมันแล้ว ผู้ชายก็สามารถทำหมันได้เช่นกัน เราน่าจะนึกถึง หมา แมว ที่เวลาทำหมันจะตัดไข่ที่ห้อยๆอยู่ทิ้ง สำหรับคนเราไม่ใช่แบบนั้นเลย ถ้าเราคิดแบบนั้นแสดงว่าเราเข้าใจผิดมาโดยตลอด แถมยังไม่หาข้อมูลเพื่อให้เขาใจถูกเอง แต่ไม่ต้องห่วงบทความนี่ที่ผมเขียน เป็นการหาข้อมูลทุกอย่างมาสรุปให้ฟังแล้ว ทั้งข้อมูลวิชาการ ข้อมูลใต้ดินที่ผู้ชายทำหมันจริงๆมาเล่าให้ฟัง ฮ่าๆๆ ไม่ขุดมาให้แล้วครับ จากแพลตฟอร์ม Twister, X

การทำหมันชาย (Vasectomy) คืออะไร ?

ทำหมันชาย ดีอย่างไร?

Vasectomy 2025

วิธีการทำหมันชาย

  1. เตรียมตัวก่อนทำหมันชาย ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ตัดขนบริเวณอัณฑะ วางแผนการเดินทางกลับบ้าน (ไม่ควรขับรถเองหากมึนจากยา)
  2. การเตรียมตัวล่วงหน้า (1–7 วันก่อนทำ) เช่น งดยาและอาหารเสริมที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก งดแอลกอฮอล์
  3. เลือกวิธีทำหมันชายมี 2 แบบ คือ 1) ใช้มีดกรีดเปิดผิวหนัง 2) ใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนัง
  4. แพทย์อธิบายขั้นตอน ข้อดี ข้อจำกัด และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  5. ลงนามยินยอมรับการรักษา
  6. หลังทำทันที (วันแรก–2 วัน) พักผ่อน ยกอัณฑะให้สูง ประคบเย็นเพื่อลดบวม (ครั้งละ 10–15 นาที) หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังกาย และมีเพศสัมพันธ์
  7. ยังต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นจนกว่าแพทย์ยืนยันว่า ไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ (มักตรวจหลัง 8–12 สัปดาห์ หรือหลังหลั่งประมาณ 20–30 ครั้ง) แพทย์จะนัด ตรวจน้ำอสุจิ (Semen analysis) ไม่พบอสุจิเลย (Azoospermia) หรือ พบอสุจิที่ไม่เคลื่อนไหวจำนวนน้อยมาก ตามเกณฑ์แพทย์ จึงจะสรุปได้ว่า ปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดวิธีอื่น
  8. สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมแดง มีไข้ เลือดออกไม่หยุด หากมีให้รีบพบแพทย์
วิธีตรวจน้ำอสุจิ (Semen Analysis) หลังทำหมันชาย
  • 1) การเตรียมตัวก่อนตรวจ
    • งดหลั่ง 2–5 วัน (ตามที่สถานพยาบาลกำหนด)
    • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
    • แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีไข้ หรือเพิ่งเจ็บป่วย
  • 2) วิธีเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิ
    • สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
    • เก็บน้ำอสุจิ ใส่ภาชนะปลอดเชื้อ ที่สถานพยาบาลเตรียมให้
    • ต้องเก็บ ครบทุกหยด โดยเฉพาะช่วงแรก
  • ข้อควรหลีกเลี่ยง
    • ห้ามใช้ถุงยางทั่วไป (มีสารฆ่าอสุจิ)
    • ไม่ใช้สารหล่อลื่น น้ำลาย หรือสบู่
  • 3) สถานที่เก็บตัวอย่าง
    • เก็บที่ห้องเก็บตัวอย่างของโรงพยาบาล (ดีที่สุด)
    • หรือเก็บที่บ้านได้ในบางแห่ง โดยต้อง:
      • ส่งถึงห้องแล็บ ภายใน 1 ชั่วโมง
      • เก็บภาชนะให้อุณหภูมิใกล้ร่างกาย (ไม่แช่เย็น)
  • 4) ขั้นตอนการตรวจในห้องแล็บ ห้องแล็บจะตรวจ:
    • มีอสุจิหรือไม่
    • จำนวนอสุจิ (ถ้ามี)
    • การเคลื่อนไหวของอสุจิ
    • หลังทำหมัน เป้าหมายคือ ไม่พบอสุจิเลย หรือพบในระดับที่แพทย์ยอมรับได้
    • ทราบผลภายใน 1–3 วัน (บางที่วันเดียว) พทย์เป็นผู้สรุปว่าปลอดภัยหรือควรตรวจซ้ำ
    • หากยังพบอสุจิ → ต้องคุมกำเนิดต่อ และตรวจซ้ำ
    • อย่าหยุดคุมกำเนิดเองจนกว่าแพทย์ยืนยันชัดเจน

การทำหมันชายได้ผล 100% หรือไม่?

บนโลกนี้มีวิธีเดียวที่จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่าง 100% คือ การงดมีเพศสัมพันธ์ (ห้ามมีเพศสัมพันธ์ใดๆ) แต่ด้วยเทคนิคการแพทย์และเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ การทำหมันชายมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งมากกว่าการฝังยาคุมของผู้หญิงอีก การฝังยาคุมมีความปลอดภัยอยู่ที่ 99.99% แสดงว่ายังเหลืออีก 0.01% ที่ยังมีโอกาสท้องได้

  • การทำหมันหญิง (ตัดรังไข่) = ป้องกันการตั้งครรภ์ 100%
  • การทำหมันชาย (ตัดท่ออสุจิ) = ป้องกันการตั้งครรภ์ 99.99% (อาจมีโอกาสท้อง 0.04 – 0.08%) หรือมีโอกาสท้อง 1 ใน 2,000 คน
  • ยาคุมคมกำเนิดแบบฝัง(ที่แขน) = ป้องกันการตั้งครรภ์ 99.99% (อาจมีโอกาสท้อง 0.05 – 0.1%) หรือมีโอกาสท้อง 1 ใน 100 คน
  • ห่วงคุมกำเนิด (IUD) = ป้องกันการตั้งครรภ์ >99% (อาจมีโอกาสท้อง 1%)
  • กินยาคุมกำเนิดแบบกิน = ป้องกันการตั้งครรภ์ ~91% (อาจมีโอกาสท้อง 9%)
  • การใช้ถุงยางอนามัย = ป้องกันการตั้งครรภ์ ~85% (อาจมีโอกาสท้อง 5%)

งานวิจัยการทำหมันชาย

จากงานวิจัย CUA Guideline: Vasectomy (2016) มีการศึกษาเกี่ยวกับการทำหมันชาย โดยเริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาจนถึงทำหมันชายเสร็จและติดตามผลผู้ที่ทำหมันชายว่ามีโอกาสทำให้ท้องหรือการตั้งครรภ์ไหม

งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาปัญหา
  • การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด
  • เทคนิคการผ่าตัด
  • ประสิทธิภาพและภาวะแทรกซ้อน
  • การตรวจน้ำอสุจิหลังผ่าตัด
  • การแปลผลและการสื่อสารผลกับผู้ป่วย
จากผลการวิจัยพบว่า
  • อัตราล้มเหลวระยะแรก (พบอสุจิที่เคลื่อนไหวได้ใน 3–6 เดือนแรก) 0.3–9%
  • อัตราล้มเหลวระยะยาว (หลังเคยไม่มีอสุจิแล้ว): 0.04–0.08% หรือประมาณ 1 ใน 2,000 ราย
  • การตั้งครรภ์หลังทำหมันส่วนใหญ่มาจาก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันในช่วงแรก (3–6 เดือนแรก) หลังผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนระยะสั้น
  • ติดเชื้อ: 0.2–1.5%
  • เลือดออก/ก้อนเลือด (hematoma): 4–20%
  • ผ่าตัดล้มเหลวในครั้งแรก: 0.2–5%
ภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
  • ปวดถุงอัณฑะเรื้อรัง: 1–14%
  • การกลับมาเชื่อมต่อของท่อนำอสุจิ (late failure): 0.05–1%
ประเด็นสำคัญ
  • หมันชายถือเป็น การคุมกำเนิดถาวร แม้สามารถผ่าตัดแก้ได้ แต่ไม่รับประกันผล
  • ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการทำหมันชายเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น จนกว่าจะยืนยันผลน้ำอสุจิว่าปลอดอสุจิที่เคลื่อนไหวได้
  • ผู้ชายอายุน้อย (โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 25 ปี) มีโอกาสขอแก้หมันในอนาคตสูงกว่า ควรให้เวลาทบทวนการตัดสินใจ

เทคนิคการผ่าตัดทำหมันชาย

1. No-scalpel vasectomy (NSV) หรือ การทำหมันชายแบบไม่ใช้มีดผ่าตัด

คือเทคนิคการคุมกำเนิดถาวรที่ทันสมัย โดยใช้เครื่องมือพิเศษเจาะรูเล็กๆ ที่ถุงอัณฑะเพื่อดึงท่อนำอสุจิออกมาผูกและตัด แทนการใช้มีดกรีด แผลเล็กมาก (ประมาณ 3-4 มม.) ไม่ต้องเย็บแผล ลดภาวะแทรกซ้อน เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง

2. Cautery + Fascial interposition หรือ วิธีปิดท่อนำอสุจิ

    Cautery มีอัตราล้มเหลวต่ำกว่าการใช้ fascial interposition อย่างเดียว เทคนิคการทำหมันชายที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดตามมาตรฐานสากล โดยใช้ เครื่องจี้ไฟฟ้า (Cautery) ทำลายเยื่อบุท่อนำอสุจิ (Mucosal Cautery) คู่กับการ ดึงเนื้อเยื่อพังผืด (Fascia) มาคั่นกลางระหว่างท่อนำอสุจิที่ตัดแยกจากกัน ซึ่งช่วยลดโอกาสการกลับมาเชื่อมต่อกันเองของท่อนำอสุจิและเพิ่มความสำเร็จในการทำหมัน ใครอยากรู้วิธีการทำและภาพจริงๆ ไปอ่านที่บทความนี้และกดดูรูปได้เลย >> Cautery + Fascial interposition

    สรุป: เทคนิคที่ดีที่สุดคือ cautery ร่วมกับ fascial interposition

    ทำหมันชายแล้ว ยังใช้ได้เหมือนเดิมไหม ?

    นี่น่าจะเป็นเรื่องที่อยากรู้มากที่สุด สำหรับการตัดสินใจทำหมันชายเลยก็ว่าได้ คือ หลังจากทำหมันเสร็จแล้ว ความรู้สึก การแข็งตัว การหลั่ง จะเป็นยังไงกัน
    ไม่ต้องห่วงเลยครับ หลังจากพักฟื้นเสร็จแล้ว เจ้าช้างน้อยของเราสามารถรับศึกได้ดังเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม แข็งแรง ทนทาน อึดเหมือนเดิม ยังมีน้ำข้าวพุ่งเหมือนเดิม แล้วที่ดีคือในน้ำที่หลั่งนั้นไร้ซึ่งอสุจิ หรือสเปิร์มเลยสักตัว มีแต่น้ำขาวๆ ใสๆ ที่พุ่งออกมาด้วยความรู้สึกขั้นสุดยอดเช่นเดิม โดยไร้ความกังวลของทั้ง 2 ฝ่ายจ้า

    ผมไปอ่านเจอผู้ชายท่านนึงใน x.com เขามารีวิวเกี่ยวกับการทำหมันชาย เขามาเล่าประสบการณ์บนเตียงกับผู้หญิง เขาบอกว่าความรู้สึกและการหลั่งน้ำอสุจินั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แค่น้ำอสุจิของเราใสขึ้น ไม่ต้องใส่ถุงป้องกันอีกต่อไป

    Q&A

    • ❌ไม่แข็ง = ไม่จริง ; เพราะผ่าตรงท่อนำไข่ ไม่เกี่ยวกับส่วนที่แข็งตัว
    • ❌ไม่มีน้ำหลั่ง = ไม่จริง ; เพราะยังหลั่งน้ำขาวๆอยู่ แค่ไม่มีตัวอสุจิ
    • ❌ไม่มีอารมณ์ = ไม่จริง ; เพราะยังมีฮอร์โมนจากอัณฑะอยู่ครบ
    • ❌มีโอกาสท้อง = ไม่จริง ; เพราะ“ น้ำอสุจิ กับ ตัวอสุจิ ” มาจากคนละที่กัน หลังทำหมันชายแล้ว ยังสามารถหลั่งน้ำอสุจิได้
    • ❌สมรรถภาพเสื่อมลง = ไม่จริง ; ตัดท่อนำอสุจิ ไม่ได้ตัดเส้นประสาทและการแข็งยังเป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อเหมือนเดิม

    Facebook Comments Box

    แสดงความเห็น

    ความเห็น